KM ICT MOPH

“ไวแมกซ์”แก้คนไข้ล้น รพ. ประหยัดเวลาและค่าเดินทาง

โดย : รุ่งนิภา อมาตยคง

"ไวแมกซ์"แก้คนไข้ล้นรพ.ประหยัดเวลาและค่าเดินทาง

 wimax

 

A: "จะให้ช่วยตรวจโรคอะไรครับ"

B: "สงสัยคนไข้เป็นโรคผิวหนังค่ะ!!"

A: "ใช่โรคผิวหนังครับ ขยายภาพลูกตาของคนไข้ซิ"

      "เริ่มเป็นต้อลมแล้ว ส่งคนไข้มาตรวจตาที่โรงพยาบาลด้วย"

บทสนทนาสั้นๆ ระหว่างนพ.สมปรารถน์หมั่นจิต ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของอ.เชียงของ   จ.เชียงราย กับน.ส.กาญจนากันทะวงค์ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชนสถานีอนามัยทุ่งงิ้ว จ.เชียงราย และคนไข้ในการสาธิตเทคโนโลยีไวแมกซ์ (WiMAX) ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารใหม่แบบสนทนาเห็นหน้าได้โดยมีแพทย์  พยาบาล เภสัชกร คอยให้ความรู้ คำปรึกษาในการรักษาโรค จ่ายยาแก่เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยและคนไข้

นพ.สมปรารถน์ เล่าว่า โครงการนำร่องเทคโนโลยีไวแมกซ์เพื่อสร้างช่องทางสื่อสารแบบใหม่ระหว่างศูนย์กลางที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกับศูนย์รับส่งปลายทาง เช่น สถานีอนามัย รถพยาบาลฉุกเฉินเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ที่มี ศ.ธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นประธานมูลนิธิ กระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีไวแมกซ์ เริ่มดำเนินโครงการเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 20,851,871 ล้านบาทและบริหารโครงการในรูปแบบคณะกรรมการซึ่งมาจากหน่วยงานต่างๆ 15 คน

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของมีขนาด90 เตียง มีสถานีอนามัยเครือข่าย 17 แห่ง ให้บริการรักษาพยาบาลประชาชนทั้งสิ้น 60,702 คนใน 7 ตำบล โดยเทคโนโลยีไวแมกซ์มีรัศมีสูงสุด 50 กิโลเมตร แต่ระยะแรกของการนำร่องโครงการสามารถใช้ได้ในรัศมี 5 กิโลเมตร และมีสถานีอนามัยเครือข่ายในตำบล 3 แห่ง ได้แก่ สถานีอนามัยทุ่งงิ้ว สถานีอนามัยน้ำม้า และสถานีอนามัยตำบลเป็นศูนย์รับส่งปลายทาง

กว่า1 ปีที่ผ่านมาของการดำเนินโครงการ โรงพยาบาลได้จัดเวรแพทย์ พยาบาลและเภสัชกรประจำในห้องพยาบาลฉุกเฉินซึ่งเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีไวแมกซ์ เพื่อให้คำปรึกษาในการตรวจรักษาโรค มีการขอคำปรึกษาในการตรวจรักษาโรค ได้แก่ โรคระบบไหลเวียนเลือด โรคผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง การบาดเจ็บและเป็นพิษ โรคติดเชื้อและปรสิต โรคตารวมส่วนประกอบของตา โรคระบบย่อยอาหารและโรคในช่องปาก โรคระบบกล้ามเนื้อ โครงร่างและเนื้อยึดเสริมและโรคระบบหายใจ

นอกจากนี้ยังให้คำปรึกษาในการจ่ายยาแก่เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ การใช้ยา อาหาร การดูแลรักษาสุขภาพและออกกำลังกายแก่ชาวบ้านด้วย ขณะเดียวกันโรงพยาบาลได้ประสานไปยังโรงพยาบาลเชียงรายเพื่อขอคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทาง เช่น การให้ยาแก่ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งผู้ป่วยโรคนี้มีอัตราการตายสูง

"ขณะนี้ไวแมกซ์ยังมีข้อจำกัดในการใช้งาน เช่น ใช้สื่อสารกับรถพยาบาลฉุกเฉินได้ในรัศมีแค่ 4.5 กิโลเมตร แต่ก็มีประโยชน์ต่อแพทย์ ช่วยลดคนไข้ล้นโรงพยาบาลซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 300 คนต่อวัน ขณะที่โรงพยาบาลมีแพทย์ 5 คน ขณะนี้ลดคนไข้ได้เดือนละ 30 คน ตั้งเป้าจะลดคนไข้เหลือ 150 คนต่อวัน โดยคนไข้จำนวนหนึ่งมาเพื่อขอรับยาโดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งมีอยู่ 5,000 คนก็ใช้ไวแมกซ์ให้คำปรึกษาแก่สถานีอนามัยเพื่อช่วยจ่ายยาแก่คนไข้กลุ่มนี้ได้เพิ่มขึ้นเจ้าหน้าที่อนามัยมีความรู้ในการรักษา จ่ายยามากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย กับชุมชนดีขึ้น อีกทั้งชาวบ้านได้รับการรักษาที่ปลอดภัยมากขึ้น ประหยัดค่าเดินทาง มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และเป็นแหล่งความรู้ด้านอาชีพ เช่น การเลี้ยงกบ ไก่ ปลา ทอผ้า" นพ.สมปรารถน์แจกแจงถึงการใช้ไวแมกซ์

พร้อมกับอธิบายถึงแผนงานในอนาคตเตรียมเสนอของบประมาณ30 ล้านบาท จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อนำมาใช้ขยายโครงการให้ครอบคลุมทั้ง 7 ตำบลโดยให้มีศูนย์กลางของไวแมกซ์ตำบลละ 1 แห่ง รวมทั้งขยายผลไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชและโรงพยาบาลทั่วประเทศ

น.ส.กาญจนา    บอกว่า  ใช้ไวแมกซ์ขอคำปรึกษาจากแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของในกรณีผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือโรคยากๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเริม ซึ่งต้องการคำวินิจฉัยจากแพทย์ ไวแมกซ์ช่วยให้คนไข้ได้รับการรักษาสะดวกขึ้น ประหยัดเวลาและค่าเดินทาง หากสนทนากับแพทย์ผ่านไวแมกซ์แล้วเห็นว่าต้องส่งคนไข้ไปรักษาที่โรงพยาบาล ก็ไปรับการรักษาได้โดยไม่ต้องเสียเวลารอคิว สนใจเยี่ยมชมโครงการไวแมกซ์ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ ติดต่อโทร.0-5379-1206, http://cro.moph.go.th/hosp/hosp03

*** ขอชื่นชมท่านทั้งหลายที่ปฏิบัติงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วยใจอย่างเต็มกำลังค่ะ ***

--> ขอบคุณพี่ต้อย สุวันต์นา ที่สรรหาข้อมูลมาให้พวกเรา  :)

--> ขอบคุณแหล่งข้อมูลดี : หนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์ http://www.komchadluek.net/detail/20100218/48989/ไวแมกซ์แก้คนไข้ล้นรพ.ประหยัดเวลาค่าเดินทาง.html

---------------------------

แนะนำให้รู้จักกับ Cloud Computing ว่าคืออะไร

โดย : jirawan

Cloud หรือบางคนก็บอกว่า Cloud Computing มันคืออะไร ค้นในเน็ตเจอคำแปลต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่บอกว่า การประมวลผลบนก้อนเมฆ... ถ้าสำหรับแบบที่ผมคิดนะ ผมว่าก็คือระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์เรานี่แหละ แต่แทนที่จะต้องมาประมวลผล หรือทำงานแบบเดิมคือทำบน PC แบบที่เราเคยใช้ๆกันอยู่มันจะย้ายไปทำงานผ่านพวก WEB Browser บนโลกอินเตอร์เน็ต อาทิเช่น เดิม เราใช้ Microsoft Word, Excel, Power Point โดยเราต้องเปิด PC แล้วรอมัน Windows มันบู๊ต แล้วเราก็เลือกไอคอน โปรแกรม แล้วก็คลิ๊กเปิด แล้วก็ใช้งาน

Cloud Computing

                     แต่ถ้าเป็น Cloud Computing หรือ Cloud Service คือเราเข้าอินเตอร์เน็ตให้ได้ และเราก็จะใช้งานโปรแกรมอะไรก็ตามแต่ ผู้ให้บริการบนโลกอินเตอร์เน็ต เขาก็จะเตรียมไว้ให้เราแล้ว (แต่ถ้าเข้าอินเตอรเน็ตไม่ได้...ก็เกิดเรื่องกันละทีนี้) เอาให้ง่ายเข้าไปอีก ลองคิดถึงแต่ก่อนเราอาจจะต้องใช้ Outlook หรือ Lotus Note ในการทำงานเพื่อเปิดเครือ่งเพื่อรับเมล์ เดี๋ยวนี้เราจะเห็น มี Google, Hotmail หรือ Yahoo ให้เราสามารถเช็คเมล์ได้ โดยเฉพาะ Google พี่ท่านกะล็อกทุกอย่าง หรือครองโลกออนไลน์เลยก็ว่าได้ เดี๋ยวถ้าเรามี Domain แล้วไม่ต้องการมี Server หรือตั้งระบบ Mail Server เราสามารถไปเช่าใช้บริการผูกเมล์เราเข้ากับระบบ Gmail ของ Google ได้อีกต่างหาก

Cloud Computing

                        อีกหน่อย ในความคิดผมนะ เครื่อง PC หรือ Notebook ต่อไปเปิดมา อาจจะไม่ต้องเปิดผ่าน Windows เลยก็เป็นไปได้ คือเปิดขึ้นมากลายเป็น WEB OS เลย ก็คือแบบเปิดปุ๊บ เข้าอินเตอร์เน็ตทันที อยากใช้โปรแกรมอะไรก็แค่ เรียก หรือเปิดใช้บริการเอา อาจจะมีทั้งแบบฟรี หรือเสียเงินก็ว่ากันไป และแนวโน้มก็ค่อนข้างจะไปทางนั้นแหละผมว่า เพราะเดี๋ยวนี้เราเริ่มมีอุปกรณ์พวก tablet หรือ มือถือ ที่สามารถเชื่อมต่อเข้าระบบอินเตอร์เน็ตได้แบบทันทีที่เปิดเครื่อง และแนวโน้มของคนที่จะใช้ tablet นั้น ผมขอเดาว่าอีกไม่นาน 1-2 ปีนี้ จะมีปริมาณที่มากกว่า PC หรือ Notebook กว่าในอดีตมาก โดยเฉพาะอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ใช้ที่จะโตไวมาก เพราะมันชัดแล้วว่า เทคโนโลยีจะไวขึ้นเรื่อยๆ ขนาดเล็กลงเรื่อยๆ และราคาก็จะถูกลงเรื่อยๆ ทำให้ สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย

---------------------------

6 วิธีเพิ่ม IQ ให้สมองฉลาด

โดย : P. Hathaitip

เอ้าใครอยากฉลาดมาทางนี้วันนี้เรามี 6 วิธีเด็ดๆที่จะช่วยให้สมองของเราพัฒนา IQ ขึ้นไปอีกมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีวิธีอันไหนกันบ้าง

1. ช็อกโกแลตช่วยได้graphic0037

ดื่มช็อกโกแลตร้อนๆ แล้วคุณอาจรู้สึกกระปรี้กระเปร่าราวกับได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ลองเปลี่ยนจากกาแฟแก้วเดิมมาเป็นช็อกโกแลตหอมกรุ่น จะช่วยให้สมองมีพลังวังชาขบคิดปัญหาเครียสๆ แบบผู้ใหญ่ได้ดีทีเดียว นักวิจัยมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมพบว่า สารฟลาโวนอยด์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในช็อกโกแลตที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองใด้นานถึง 3 ชั่วโมง นพ.เอียน แมคโดนัลด์ หัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่าข้อดีของช็อกโกแลตคือ ช่วยฟื้นฟูการทำงานของสมองในช่วงที่การรับรู้ของคนเราจะแย่ลง เช่น ในขณะที่เหนื่อยล้าหรือนอนน้อย ยิ่งถ้าเป็นดาร์คช็อกโกแลตก็จะยิ่งมีฟลาโวนอยด์เข้มข้นขึ้น ลองซดช็อกโกแลตอุ่นๆ สักแก้วก่อนเข้าประชุม 10 โมงเช้ารับรองว่าสมองคุณจะแล่นปรู๊ดปร๊าดเลยเชียวล่ะ

2. ดนตรีกล่อมสมอง

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดาลเป็นคนชอบกลนัก” ก็ขนาดคนใช้สมองเยอะๆ อย่างอาจารย์มหาวิทยาลัยหรือนักศึกษาปริญญาเอกยังนิยมฟังเพลงกันเลย ปัญญาชนเหล่านี้บอกว่าฟังเพลงคลาสสิกของบีโทเฟนแล้วทำให้สมองผ่อนคลายได้ ทว่าผลการศึกษาครั้งใหม่กลับพบว่า ไม่ว่าจะเป็นเพลงคลาสสิกอย่างโมสาร์ตหรือเฮฟวีเมทัลกระแทกหูอย่างวงสอเตอร์เฮดก็เพิ่มพลังให้สมองได้ทั้งนั้น สถาบัน วอทยาศาสตร์แห่งนิวยอร์กหรือ NYAS (New York Academy of Sciences) พบว่า การฟังดนตรีสุดโปรดไม่ว่าจะเป็นแนวไหนก็ตาม ล้วนส่งผลเชิงบวกต่อการรับรู้ ขณะที่วารสาร Nature รายงานว่า ถ้าให้ผู้เข้าทดสอบฟังเพลง 10 นาทีก่อนทำแบบทดสอบ พวกเขาจะทำคะแนนได้ดีขึ้น เห็นได้ชัดว่าดนครีมีส่วนอย่างมากต่อการเพิ่มระดับไอคิว ทีนี้คุณก็มีข้ออ้างในการควักกระเป๋าลงทุนกับเครื่องเสียงแจ่มๆ ที่ไพเราะเสนาะหูแล้วสิ

3. นั่งให้ปลอดโปร่ง

คุณเคยเป็นแบบนี้บ้างไหม ยิ่งนั่งจมปลักอยู่บนเก้าอี้ทำงานนานๆ สมองยิ่งตีบตันคิดอะไรไม่ค่อยออกเคล็ดลับหนึ่งที่ช่วยให้สมองโปร่งโล่งสบายคือ การนั่งเก้าอี้แสนสบาย ผลการศึกษาครั้งใหม่ระบุว่า เก้าอี้นั่งที่ไม่ค่อยสบายอาจทำให้ความคิดของคุณโดนปิดกั้นไปด้วย ผลการศึกษาที่มหาวิทยาลัยลันด์ในสวีเดนระบุว่า คนส่วนใหญ่ต้องเจอปัญหาเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอซึ่งเป็นผลจากการนั่งผิดท่า การบีบอัดกระดูกสันหลังด้วยการนั่งหลังค่อมขณะใช้แป่นคีย์บอร์ดจะทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหดตัว ผลคือสมองคุณจะขาดออกซิเจน ดังนั้นการเลือกเก้าอี้ทำงานดีๆ สักตัวที่ช่วยให้คุณนั่งยืดหลังตรงได้ขณะทำงาน จึงสำคัญพอๆ กับงานบนหน้าจอของคุณเลยก็ว่าได้

4. พลังจากเนื้อ

ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์ถ้ำหรือมนุษย์ทำงานจอมแกร่งกองทับต้องเดินด้วยท้องอยู่วันยังค่ำ คุณย่อมไม่มีเรี่ยวแรงพอนัใส่เกียร์ห้าหนีเสือป่าที่จ้องจะขย้ำคอหรือเคาะตัวเลขในรายงานการขายให้สวยหรูได้แน่ถ้าท้องคุณร้องโครกครากดังเซ็งแซ่แบบนี้ การหม่ำเบอร์เกอร์ดีๆ เติมกระเพาะและพลังงานให้สมองย่อมช่วยได้ ซีโมน พาร์กินสัน นักโภชนาการ แนะนำว่า “เนื้อลูกแกะอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและวิตามินบี 12 ซึ่งดีต่อการฟื้นฟูสมองที่อ่อนล้าให้กลับมากระปรี้กระเปร่า และถ้าได้แซมไข่แดงลงไปในเบอร์เกอร์ คุณจะได้โคลีนไปเสริมสร้างการรับรู้ของสมอง ส่วนผักต่างๆ จะช่วยป้องกัยการเกิดภาวะเครียสจากการที่ร่างกายมีสารอนุมูลอิสระมากเกินไป”

5. กินหนึ่งได้ถึงสอง

บางคนที่ไปยิมนอกจากจะเวิร์กเอาต์ให้ได้รูปร่างสมส่วน ยังอาจกินอาหารเสริมควบคู่กันไปเพื่อบำรุงกล้ามเนื้อ สำหรับใครที่เลือกอาหารเสริมเป็นครีเอทีนขอบอกว่าคุณตาแหลมมาก เพราะผลการศึดษาครั้งใหม่พบว่า ครีเอทีนไม่ใช่แค่ดีกับกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อสมองของคุณ เพราะทั้งช่วยเสริมสร้างสมาธิและความสามารถในการประมวลผลข้อมูลและตัวเลขต่างๆ พญ.แคโรไลน์ เร จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ บอกว่า “อาหารเสริมชนิดนี้เพิ่มพลังให้สมองสามารถรับมือกับงานด้านการคำนวณ ตลอดจนกระบวนการคิดต่างๆ ให้ดีขึ้น” อาหารเสริมในรูปแคปซูลจะมีปริมาณครีเอทีนต่อหน่วยน้ำหนักมากกว่าแหล่งอื่นๆ ดังนั้นพกแคปซูลครีเอทีนติดตัวไปกินตอนเวิร์กเอาต์ช่วงเที่ยงก็เข้าท่าดี เพราะนอกจากจะทำให้สมองปราดเปรื่องแล้วยังทำให้กล้ามคมโตสมใจอีกต่างหาก

6. หลับฟื้นความจำ

นี่คงเป็นข่าวดีสำหรับคนชอบนอน เพราะการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอทำให้คุณฉลาดขึ้น ผลการศึกษาร่วมระหว่างคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย พบว่า การนอนหลับพักผ่อนช่วยกระตุ้นให้คุณดึงความทรงจะในเรื่องที่พึ่งเรียนรู้ไปไม่นานกลับคืนมาได้ แม้ว่าความทรงจำนั้นจะถูกแทนที่ด้วยข้อมูลใหม่ๆ ไปแล้วหลายชั่วโมงก็ตาม นพ.เจฟฟรีย์ เอลเลนโบเกน หัวหน้สทีมวิจัย บอกว่า “นี่แสดงให้เห็นว่า การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงช่วยปกป้องความจำแต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเก็บรวบรวมความทรงจำเข้าด้วยกันอีกด้วยครับ” พูดง่ายๆ คือ ความทรงจำในสมองไม่แตกแถวนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า หมอนก็มีผลต่อการนอนเช่นกัน เพราะหมอนที่รองรับสรีระร่างกายในขณะที่หลับได้ดี จะช่วยลดปัญหาการหายใจซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการหลับที่ต่อเนื่องยาวนาน ใครที่อยากนอนหลับสนิทและตื่นขึ้นมารับวันใหม่ด้วยความสดชื่นสมองแจ่มใส เห็นทีต้องลองใช้หมอนเมโมรีโฟม (Memory Foam) ซึ่งทำจากวัสดุเมโมรีโฟมที่ผ่านกระบวนย่อยเป็นปุยๆ ชิ้นเล็กๆ เสมือนเส้นใยไฟเบอร์ที่มีคุณสมบัติอ่อนนุ่มและแน่น

---------------------------

มาลองใช้ HTML5 กันดีกว่า

โดย : ราชิ ปาลือชา

HTML5 เป็นมาตรฐานใหม่ที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซด์ ซึ่งจะทำให้เราสามารถ เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ผ่านทางเว็บบราวเซอร์โดยที่ไม่ต้องติดตั้ง Plugin ต่างๆเพิ่มเติม แบบในปัจจุบัน เช่น ดูหนังผ่านทาง youtube ก็ต้องลงplugin adobe Flash ถึงจะดูได้ แต่ถ้าเป็นเว็บที่พัฒนาโดยใช้ HTML 5 สามารถดูได้เลย

แล้วอยากใช้ HTML5 ต้องใช้ยังไง ?...

  • อันดับแรกเลย web browser ต้องรองรับ HTML5 ซึ่งในปัจจุบัน browserเกือบทุกยี่ห้อ รองรับ html5 กันเกือบหมดแล้ว เช่น google Chrome ,Safari ,firefox,Opera ,ส่วน internet explerer ต้องเป็น version 9 ขึ้นไป ถ้าเราใช้ web browser ตัวไหนอยู่ก็ ควรอัปเดทให้เป็น version ล่าสุด จะเป็นการดี
  • อันดับสอง เว็บที่พัฒนาโดยใช้ HTML5 ตัวอย่างเช่นเว็บ http://www.biodigitalhuman.com ซึ่งเป็นเว็บเกี่ยวกับกายวิภาควิทยา แนว 3มิติ โดยใช้HTML5 + WEBGL และความสามารถของการ์ดจอด้วยนะครับ
    เมื่อเข้าไปยังเว็บไซด์ http://www.biodigitalhuman.com ระบบเขาจะตรวจสอบว่าbrowserเราสนับสนุน html5 และ WebGL หรือไม่ ถ้าตรงส่วนนี้ผ่าน ก็คลิกเลือก MALE หรือ FEMALE รอสักครู่(อาจจะใช้เวลานานนิดหนึ่ง :) ) ก็จะเจอกับโครงกระดูกแบบ 3 มิติ สามารถหมุนหรือ ให้แสดงกายวิภาคต่างๆ ได้

html5-1

---------------------------

มาใช้ iphone อ่าน km ict กันเถอะ

โดย : admin

ท่านใดที่ใช้มือถือ iphone สามารถเปิดอ่าน km ict ได้ในรูปแบบของที่แสดงผลบน iphone ได้แล้วนะครับ
ซึ่งหน้าตา จะเป็นอย่างนี้ครับ

km ict for iphone

km ict for iphone

เรียกเมนู โดยคลิ๊กที่รูปสามเหลี่ยมมุมบนขวา

เรียกเมนู โดยคลิ๊กที่รูปสามเหลี่ยมมุมบนขวา

categories  ของ km ict blog

categories ของ km ict blog

---------------------------

วิธีทำให้รับสัญญาณจากไวเลสให้ดีขึ้น

โดย : admin

สำหรับคนที่ใช้เน็ตไวเลส แล้วสัญญาณจาก access point ไม่แรง ลองดูวิธีนี้ดูครับ ... ( เวิร์กรึเปล่าไม่รู้นะครับ  พอดียังไม่ได้ลอง :) )